Thursday, September 13, 2012

สัมภาษณ์ Chansung จากนิตยสาร VOGUE HOMMES JAPAN


สัมภาษณ์ Chansung จากนิตยสาร VOGUE HOMMES JAPAN

 
JPN-Thai: Jujang @2pmalways   
SONG OF COMMUNICATION

ใบหน้าด้านข้างของ Top Artist

ในบรรดา K-POP Star ที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลกนั้น 2PM นั้นทำกิจกรรมทั่วโลกด้วยการแสดงที่ใช้ความสามารถของร่างกายที่มีอย่างท่วมท้น

เทคนิคในการอยู่รอดในสังคมดิจิตอล และ ลักษณะภายนอกที่ไอดอลในปัจจุบันควรเป็น ที่ชานซองน้องเล็กสุดในสมาชิกวงได้พูดเพื่อนิตรสารฉบับนี้โดยเฉพาะคือ?

รูปร่างที่ถูกฟิตมาอย่างงดงาม หน้าตาหล่อเหลา ในบรรดาเหล่า K-POP Star ผู้นำที่มี Public Image ที่ว่านั้นเป็นสัญลักษณ์ ก็คงเป็น 2PM ชานซองน้องเล็กสุดในวงนั้นเป็นเจ้าของร่างกายที่ถูกฟิตมากที่สุดในนั้น เสื้อผ้าแบรนด์ยุโรปที่มีขนาด 46 ~ 48 ที่ถูกเตรียมโดยคำนึงถึงเหล่าแฟชั่นโมเดล เขาก็ใส่ได้พอดี [การเทรนนิ่ง อย่างเช่นการเทรนนิ่งกล้ามเนื้อที่ฟิตเนสนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้สำหรับผมครับ ซึ่งการฝึกซ้อมการร้องและการเต้นก็เช่นเดียวกัน การอ่านหนังสือ, การเรียน, เกมส์ก็ขาดไม่ได้เช่นกันครับ] ถึงเขาจะกล่าวเช่นนั้น แต่ไอดอลที่กำลังขายดีนั้นคงไม่มีเวลา ในความเป็นจริงต้องจัดสรรเวลาให้ดี [ในวันหยุด ก็ไม่ค่อยมีความรู้สึกว่า [กำลังพักอยู่] ครับ อย่างเช่นถ้าเป็นการฝึกซ้อมร้องเพลง เวลาขับรถก็จะร้องเพลงไปด้วยครับ แต่คิดว่าต่อจากนี้ไปก็คงใช้ชีวิตแบบนี้ และ ต่อจากนี้ไปอยากจะทุ่มเทให้กับการแสดงให้มากกว่านี้ด้วยครับ งานของผมคือการแสดงสิ่งที่อยู่ในตัวเองออกมา เข้มงวดกับตัวเอง, ตั้งใจเต็มที่, ทำให้ดีที่สุดเสมอ อยากจะสื่อสารกับผู้คนจำนวนมากแบบนั้นครับ]
การพัฒนาของเครื่องมือดิจิตอลที่มีอยู่มากมายหลายชนิดนั้น มันส่งผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อความเป็นกลุ่มไอดอลด้วย คำพูดว่า [การสื่อสาร] ที่ชานซองพูดถึงนั้น ในปัจจุบัน มันรวมถึงความหมายที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น [ข้อมูลจะถูกแชร์อย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นคิดว่ากลายเป็นยุคสมัยที่คนในวงการบันเทิงไม่สามารถโกหกได้แล้วครับ ต้องซื่อตรงนะครับ] แต่ว่าในยุคสมัยนี้ที่ความสามารถในการสร้างสรรค์ (Creativity) ที่หลากหลาย ที่ถูกปล่อยออกมาอย่างทันทีมากยิ่งขึ้นกำลังเป็นที่ต้องการ ตัวเขาเองรับสภาพปัจจุบันที่เป็นแบบนี้อย่างมองโลกในแง่บวก [สิ่งที่สำคัญคือจะแสดงอะไรให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นยุคอนาล็อก หรือ ยุดดิจิตอลก็ตาม แก่นสารที่ว่านั้นก็ไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่ว่าในความเป็นจริง จำนวนศิลปินที่ออกมาก็เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และ ระยะเวลาในการทำงานก็สั้นลงครับ แต่ว่าสำหรับฝ่ายที่เป็นคนดู จะสามารถดู Content ใหม่ๆที่หลากหลายได้ และก็จะไม่เบื่อนะครับ แต่ว่าฝ่ายศิลปินลำบากครับ (หัวเราะ)] ละ เหล่าสมาชิกวงของ 2PM ที่รวมถึงตัวเขาด้วยนั้น เป็นผู้ใช้ Twitter และตัว Twitter ก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารกับแฟนเพลง [พอ Tweet ความรู้สึกต่อหนังสือที่ได้อ่าน ก็จะมีฟีดแบคจากแฟนๆประมาณว่า [รู้สึกแบบเดียวกัน] หรือไม่ก็ [ฉันคิดอย่างนี้] ครับ การแชร์ความรู้สึกนึกคิดของผู้คนที่หลากหลาย โดยไม่กำหนดตายตัวว่า [อันนี้เป็นแบบนี้] ด้วยความคิดของตัวเองเพียงอย่างเดียว และการทำการสื่อสารที่ว่านี้สำคัญครับ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถทำให้ตัวเองเติบโตขึ้นโดยผ่านสิ่งเหล่านั้นได้ด้วยนะครับ]

เขากล่าวว่านอกเหนือจากงานที่ทำอยู่ในปัจจุบันแล้ว มีสิ่งที่อยากลองทำอีกมากมาย [นอกจากการแสดงแล้ว ก็พวกศิลปะและดีไซน์ แต่ว่าผมเป็นพวกที่ถ้าจะทำในสิ่งที่ชอบแล้ว จะทุ่มเทอย่างเต็มที่ อยากทำให้ถึงที่สุด แต่งานที่ทำอยู่ตอนนี้ก็ไม่อยากทำแบบขอไปที ดังนั้นเรื่องอื่นๆตอนนี้คงเก็บไว้ก่อนครับ] แต่ว่ามีเพียงจิตวิทยาเท่านั้นที่ท่าทางอยากจะเริ่มเรียนเสียเดี๋ยวนี้เลย [มีความอยากรู้อยากเห็นต่อผู้คนเป็นพื้นฐานอยู่เสมอครับ และเวลาที่วิเคราะห์บทบาทในการแสดง เพื่อที่จะรู้จักตัวละครในบทละครอย่างลึกซึ้ง และเพื่อที่จะอ่านให้เข้าใจถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลังบทพูดแต่ละบทพูดนั้น คิดว่าถ้าเรียนจิตวิทยา น่าจะเป็นประโยชน์ครับ เหตุผลใหญ่อีกอย่างหนึ่ง คือ อยากจะให้ทีมงานที่ตัวผมเองต้องเกี่ยวข้องด้วยนั้น ทำงานด้วยความรู้สึกที่ดี เวลาทึ่คิดว่าเพื่อที่จะทำให้ความสัมพันธ์ดีนั้นควรทำอย่างไร? ก็คิดว่าจิตวิทยาน่าจะเป็นประโยชน์ครับ] ชานซองซึ่งกล่าวได้ว่าได้รับพรสวรรค์จากสวรรค์มาหลายอย่าง เกี่ยวกับอนาคตของตัวเองนั้น เขาได้จบการสัมภาษณ์ด้วยคำพูดที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้รับการชำระล้างจิตใจ [คิดอยู่เสมอว่าอยากเป็นคนที่สามารถเข้าใจคนอื่นได้ครับ เชื่อว่าจากการเข้าใจคนอื่นนั้น จะสามารถยกระดับให้ซึ่งกันและกันได้ด้วยครับ]

No comments:

Post a Comment